Thursday, 23 March 2023

9 วัดดังจังหวัดสุพรรณบุรี ต้องมาให้ได้สักครั้ง

1 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ


วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ถูกลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก กรุใน องค์พระปรางค์นี้เป็นต้นกำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน เบญจภาคี 5 พระเครื่องยอดนิยม นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่า ปรางค์องค์นี้น่าจะเป็นศิลปะ การก่อสร้างสมัยอู่ทองสุพรรณ

อยู่ในตำบลรั้วใหญ่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ถนนสมภารคงแยกจากถนนมาลัยแมน ไปประมาณ 300 เมตรในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง สันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์องค์ประธาน เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2456 ชาวบ้านลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก พระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน “เบญจภาคี” ก็ได้ไปจากกรุในองค์พระปรางค์นี้ และพระเครื่องที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ที่นอกเหนือจากพระผงสุพรรณ เช่น พระกำแพงศอก พระมเหศวร พระสุพรรณยอดโถ พระสุพรรณหลังผาน ตลอดจนพระเนื้อชินต่างๆ ซึ่งปัจจุบันหายาก นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้าง ในสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะหลักฐานการก่อสร้าง เป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ถนน สมภารคง ต.รั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี 72000

2 พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ วัดเขาทำเทียม

วัดเขาทำเทียม ตั้งอยู่ที่ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัดเก่าแก่มาแต่โบราณ สันนิษฐานว่าจะเป็นวัดแห่งแรกในประเทศไทย หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพานได้ 300 ปี พระโมคคัลลีบุตรติสสะเถระ ได้ทำการสังคยนา ครั้งที่ 3 โดยมีพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นองค์อุปถัมภ์ ณ เมืองปาฏลีบุตร และได้ส่งสมณฑูตพระอรหันต์ปัญจวคคีย์ ได้แก่ พระสณะ พระมุนียเถระ พระฌานีเถระ พระภูริยเถระและพระอุตตรเถระ ออกเผยแพร่พระพุทธศาสนายังเมืองสุวรรณภูมิ และได้จารึกภาษาสันสกฤตโบราณไว้ว่า ปุษยคิริ หรือ ปุษยคีรี แปลว่า ภูเขา ดอกไม้ เนื่องจากบนภูเขามีดอกไม้ที่สวยงาม ประกอบด้วย ดอกสุพรรณิกา (สมอฝ้าย) ดอกงิ้วป่าสามสี เป็นที่น่าอัศจรรย์ ที่ชื่อ ปุษยคิริ ไปพ้องกันกับภูเขาปุษยคีรีสังฆาราม ในเมืองสาญจี รัฐโอริสสา

โครงการพระพุทธรูปแกะสลักภูผายิ่งใหญ่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก เกิดจากพระเทพสุวรรณโมลี (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.8) ที่ปรึกเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี มีดำริที่จะสถาปนาพระพุทธรูปแกะสลักภูผาใหญ่ที่สุดในโลก ณ ภูผามังกรบิน (วงกลม) เขตโบราณสถานเมืองอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ด้วยเหตุผลสอดคล้องทั้งในด้านพื้นที่ ที่กรมศิลปากรยืนยันว่า “เป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ” และหลักฐานทางโบราณคดีที่มีข้อพิสูจน์ว่าพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย ส่งพระโสณะ และพระอุตตรเถระเข้ามาในต้นพุทธศตวรรษที่ 3 ดังหลักฐานจารึกศิลา “ปุษยคีรี” และ “ธรรมจักรบนยอดเสาอโศก”

วัดเขาทำเทียม หมู่ที่ 2 ถนนมาลัยแมน ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

3 หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์


หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณมาแต่โบราณกาล ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแลโปรดให้บูรณะวัดป่าเลไลยก์ เมื่อ พ.ศ. 1724 ซึ่งเป็นวิหารที่สำคัญ วัดป่าเลไลยก์วรวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ระดับวรวิหาร บริเวณหน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์ประดับด้วยปูนปั้นลายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงผนวชเสด็จธุดงค์มาพบและเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์วัด

กล่าวกันเสมอมาว่า ถ้ามาเมืองสุพรรณ แล้วไม่ได้แวะมากราบไหว้หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองสุพรรณ ด้วยที่วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดสำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณ เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนมากมายมากราบไหว้ขอพร และยิ่งเป็นวันหยุดยาว จะเป็นที่ที่คนนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของจังหวัดสุพรรณ ถ้าหากมีโอกาสมาเมืองสุพรรณ สถานที่แรกที่ไม่ควรผ่านเลย แวะชมความงดงามขอหลวงพ่อโต และกราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคล

หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณมาแต่โบราณกาล ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตโปรดให้บูรณะวัดป่าเลไลยก์ เมื่อ พ.ศ. 1724 แสดงว่าแสดงว่าวัดนี้ได้สร้างมาแล้วก่อนหน้านั้น

องค์พระประดิษฐานอยู่ในวิหารที่สูงใหญ่ มองเห็นเด่นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่สูง 23 เมตรเศษ สร้างตามแบบศิลปอู่ทองรุ่นที่สอง ซึ่งเป็นศิลปะฝีมือสกุลช่างอู่ทองแท้ ๆ เดิมทีองค์พระประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง พระหัตถ์ขวาหัก ช่างได้สร้างวิหารครอบ โดยให้ผนังวิหารชิดกับพระหัตถ์ขวา ส่วนทางพระหัตถ์ซ้ายให้มีที่ว่าง ด้านหลังองค์พระสร้างชิดกับผนังวิหารทำให้แข็งแรง นับเป็นความชาญฉลาดของช่างเป็นอย่างยิ่ง

มีผู้สันนิษฐานว่า เดิมเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ประทับนั่งอยู่กลางแจ้ง พระกรทั้งสองข้างหักหายไป ผู้ที่มาบูรณใหม่ได้ทำเป็นปางป่าเลไลยก์ตามที่นิยมกันในสมัยหลัง ลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุข้างซ้าย พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุข้างขวาในท่าทรงรับของถวาย พระวิหารที่สร้างครอบองค์พระ สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเห็นว่าที่หน้าบันของพระวิหาร มีพระราชลัญจกรประจำพระองค์ คือเป็นรูปพระมหามงกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ปรากฏอยู่

วัดป่าเลไลยก์เป็นที่คุ้นของคนทั่วไป เนื่องจากปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ขุนแผนเมื่อเยาวัยได้มาบวชเรียนที่วัดนี้ในชื่อว่าเณรแก้ว ความสำคัญของวัดป่าเลไลยก์ตามที่พรรณนาไว้ใน เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนหนึ่งมีดังนี้

ทีนี้จะกล่าวเรื่องเมืองสุพรรณ
จะทำบุญให้ทานการศรัทธา
หญิงชายน้อยใหญ่ไปแออัด
ก่อพระเจดีย์ทรายเรียงรายไป
ยามสงกรานต์คนนั้นก็พร้อมหน้า
ต่างมาที่วัดป่าเลไลยก์
ขนทรายเข้าวัดอยู่ขวักไขว่
จะเลี้ยงพระกะไว้วันพรุ่งนี้……
งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ มีปีละสองครั้ง คือในวันขึ้น 5-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12

วัดป่าเลไลยก์ ตั้งอยู่เลขที่ 249 หมู่ที่ 2 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

4 วัดทับกระดาน


หลายท่านคงรู้จัก พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีเพลงลูกทุ่ง ที่ฝากผลงานเพลงที่ไพเราะ และอยู่ในหัวใจของใครต่อใครมากมาย มาวันนี้ถึงแม้ พุ่มพวง จะจากแฟนเพลงไปแล้วหลายปี แต่เรื่องราว และความทรงจำก็มิได้จากไปตามร่างกายของพุ่มพวง สิ่งของต่างๆที่เกี่ยวข้องยังถูกเก็บรักษาไว้ ณ วัดทับกระดาน แห่งนี้ เพื่อให้ผู้ที่ยังรักและคิดถึงราชินีเพลงลูกทุ่งคนนี้ ได้แวะเวียนมาระลึกถึง

วัดทับกระดาน อยู่ที่อำเภอสองพี่น้องเป็นอำเภอบ้านเกิดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังซึ่งมีคนนิยมฟังเพลงของเธอมากมายและได้เสียชีวิตไป ทำให้แฟนเพลงเสียใจกันมาก จึงมีการเก็บรวบรวมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ในการร้องเพลง รวมทั้งรูปถ่ายจากข่าวหนังสือพิมพ์ไว้ในโบสถ์ของวัดนี้ เนื่องจากพุ่มพวงคุ้นเคยกับวัดนี้ตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้บริเวณศาลาท่าน้ำมีรูปวาดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ที่มีคนนำมาให้เพื่อแก้บน ด้านหน้าวัดมีร้านขายของสด แห้งต่าง ๆ เช่น น้ำพริก หน่อไม้ ผลไม้ต่างๆ ทุกปีจะมีการจัดงานครบรอบวันเสียชีวิตของนักร้องผู้นี้ มีผู้คนมาร่วมงานจำนวนมาก

วัดทับกระดาน ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี 72190

5 วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม


วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม เดิมชื่อ วัดเขาพระ เป็นวัดเก่าแก่สมัยทวาราวดี ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อม เมื่อเดินขึ้นบันไดขึ้นเขาไป ก่อนถึงยอดจะพบถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หลวงพ่อสังฆ์ ศรีสรรเพชญ์ ขณะที่บนยอดมีพระมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง แกะสลักจากหินเขียวธรรมชาติ และซากเจดีย์สมัยอยุธยา 1 องค์ หลังจากสักการะกราบไหว้แล้ว ยังมีศาลาที่พัก ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งหย่อนใจชมวิวมุมสูงของอำเภออู่ทองเคล้าสายลมเย็นรื่นชื่นใจ จนไม่อยากลงจากเขาเลยทีเดียว

วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม เลขที่ 59 หมู่5 บ้านเขาพระ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160

6 วัดสำปะซิว


วัดสำปะซิว สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 1857 ยุคสมัยประวัติศาสตร์ (อยุธยาตอนต้น) ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อพุทธศักราช 1860 ตั้งอยู่เลขที่ 101 หมู่ 3 ตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่เศษ ภายในวัดสำปะซิว ยังมีการขุดพบแหล่งโบราณคดี เป็นแหล่งที่ตั้งเตาเผาภาชนะดินเผา (ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา) ซึ่งเตาเผาอิฐเป็นแบบระบายความร้อนผ่านเฉียงขึ้น ซึ่งสามารถเผาภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งแบบเคลือบและแบบไม่เคลือบได้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนทั้ง 2 ฝั่ง เพราะสะดวกในการขนส่งวัตถุดิบต่างๆ ทางเรือนับว่าเป็นสินค้าส่งออกลักษณะของดินเกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินที่ถูกการเคลื่อนย้ายพัดพามา จึงทำให้ดินมีคุณภาพดีเหมาะสำหรับในการทำภาชนะดินเผาเคยขุดค้นพบเศษเครื่องสังคโลกและเครื่องถ้วยจีนซึ่งนำมาเป็นตัวอย่าง ในการผลิตประเภทถ้วยชามส่วนหม้อไหมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอง

วัดสำปะซิว สนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

7 วัดทุ่งแฝก


เล่ากันว่าเมื่อปี พ.ศ. 2474 มีชาวบ้านอพยพมาสร้างชุมชน ซึ่งที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำการเกษตรกรรม และมีต้นไผ่และแฝกมากมาย สามารถนำมาเพื่อการปลูกสร้างบ้านเรือน (น่าจะเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านในปัจจุบัน) ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 ชาวทุ่งแฝกได้ร่วมกันสร้างวัดเล็กๆ ซึ่งเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวทุ่งแฝก แต่เดิมจะมีพระจำพรรษาหนึ่งรูป-สองรูปแล้วพอออกพรรษาก็จะปล่อยวัดร้าง (ปัจจุบันวัดเก่าคือที่ตั้งของโรงเรียนทุ่งแฝกพิทยาคม) ในปี พ.ศ. 2499 มีการขุดคลองชลประทาน ชาวบ้านจึงได้ย้ายวัดมาสร้างบริเวณริมคลอง และกลายเป็นที่ตั้งของวัดทุ่งแฝกในปัจจุบัน

วัดทุ่งแฝก ตำบลวังลึก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

8 วัดเถรพลาย


วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานคือ เจดีย์ยุคโบราณก่อด้วยอิฐ ยอดเจดีย์เป็นเนื้อสำริดเก่าแก่ มีลักษณะดอกบัวหงาย 7 ชั้น สันนิษฐานตั้งชื่อวัดตามประวัติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีที่ดอนเจดีย์ แล้วขุนศึกผู้ใหญ่แวะพักรบเพื่อให้ทหารและช้างพลายได้พัก ก่อนที่จะเดินทางไปบ้านหนองสาหร่าย จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อวัดเถรพลาย ซึ่งมีความหมายว่า ช้างของขุนศึกผู้ใหญ่
และก่อนที่จะเดินทางออกรบเพื่อกระทำยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้สร้าง “พระขุนแผน” ขึ้น เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหาร และส่วนหนึ่งนำบรรจุกรุไว้ที่เจดีย์วัดเถรพลาย

วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานคือ เจดีย์ยุคโบราณก่อด้วยอิฐ ยอดเจดีย์เป็นเนื้อสำริดเก่าแก่ มีลักษณะดอกบัวหงาย 7 ชั้น สันนิษฐานตั้งชื่อวัดตามประวัติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีที่ดอนเจดีย์ แล้วขุนศึกผู้ใหญ่แวะพักรบเพื่อให้ทหารและช้างพลายได้พัก ก่อนที่จะเดินทางไปบ้านหนองสาหร่าย จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อวัดเถรพลาย ซึ่งมีความหมายว่า ช้างของขุนศึกผู้ใหญ่

วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

9 วัดไผ่โรงวัว


ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตาเถร ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ประมาณ 43 กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ ประมาณ 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มีทางแยกซ้ายก่อนถึงสามแยกลาดบัวหลวงเข้าสู่วัดไผ่โรงวัว วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นวัดที่มีพุทธ-ศาสนิกชน และบุคคลทั่วไป นิยมไปเที่ยวชมกันมาก หลวงพ่อขอม ได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม” เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 17 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2512 ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนา ได้แก่ “สังเวชนียสถาน 4 ตำบล” คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน กับงานประติมากรรมหรือภาพปั้นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ รวมทั้งวรรณคดีและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี “พระธรรมจักร” หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก “พระกะกุสันโธ” พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก “ฆ้องและบาตร” ใหญ่ที่สุดในโลก “พระวิหารร้อยยอด” รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย

วัดไผ่โรงวัว 338 ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี 72110